ตารางการให้นมแม่ตามช่วงวัย: คู่มือฉบับสมบูรณ์สำหรับเด็ก 0-12 เดือน

ทารกแรกเกิดต้องการนมแม่ 8–12 ครั้งต่อ 24 ชั่วโมง ในช่วงสองสามสัปดาห์แรก เมื่ออายุครบ 6 เดือน ความถี่จะลดลงเหลือ 4–6 ครั้งต่อวัน เนื่องจากมีการเริ่มอาหารตามวัย ทารกที่กินนมแม่ส่วนใหญ่จะได้รับนมประมาณ 24–32 ออนซ์ (710–950 มล.) ต่อวัน ตั้งแต่เดือนที่ 1 ถึงเดือนที่ 6 คู่มือนี้จะครอบคลุมเรื่องความถี่ในการให้นม ปริมาณน้ำนม ช่วงที่ลูกโตเร็ว และการกินนมแบบเป็นชุดสำหรับทุกช่วงวัยตั้งแต่แรกเกิดจนถึง 12 เดือน
ตารางอ้างอิงด่วนการให้นมแม่ตามช่วงวัย
| อายุ | จำนวนครั้ง/24 ชม. | ปริมาณต่อมื้อ | รวมต่อวัน | หมายเหตุ |
|---|---|---|---|---|
| 0–1 สัปดาห์ | 8–12+ | 2–60 มล. (1 ช้อนชา–2 ออนซ์) | แปรผันตามเด็ก | หัวน้ำนม; กินบ่อยมาก |
| 1–4 สัปดาห์ | 8–12 | 60–90 มล. (2–3 ออนซ์) | 20–35 ออนซ์ (600–1000 มล.) | น้ำนมแม่เริ่มมาเต็มที่ |
| 1–2 เดือน | 6–8 | 90–120 มล. (3–4 ออนซ์) | 24–32 ออนซ์ (710–950 มล.) | รูปแบบการกินเริ่มคาดเดาได้ |
| 3–4 เดือน | 6–7 | 120–150 มล. (4–5 ออนซ์) | 24–32 ออนซ์ (710–950 มล.) | ช่วงโตเร็วตอน 3 เดือน |
| 5–6 เดือน | 5–6 | 150–180 มล. (5–6 ออนซ์) | 24–32 ออนซ์ (710–950 มล.) | เริ่มอาหารเสริมตอน ~6 เดือน |
| 7–9 เดือน | 4–5 | 150–180 มล. (5–6 ออนซ์) | 18–30 ออนซ์ (530–900 มล.) | อาหารเสริมคิดเป็น 25–50% ของมื้ออาหาร |
| 10–12 เดือน | 3–4 | 150–180 มล. (5–6 ออนซ์) | 16–26 ออนซ์ (470–770 มล.) | อาหารเสริมคิดเป็น ~67% ของมื้ออาหาร |
หมายเหตุ: ปริมาณต่อมื้อและปริมาณรวมต่อวันอาจแตกต่างกันไปในเด็กแต่ละคน เด็กบางคนอาจกิน 20 ออนซ์ต่อวัน ในขณะที่บางคนกิน 35 ออนซ์ ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติ ข้อมูลข้างต้นเป็นการรวบรวมจาก CDC, La Leche League International, Cleveland Clinic และข้อมูลสำรวจจาก Exclusive Pumping ปริมาณต่อมื้อสำหรับเด็ก 5–12 เดือนเป็นค่าประมาณ เนื่องจากทารกที่กินนมแม่จะควบคุมปริมาณการกินด้วยตนเอง
แหล่งข้อมูล: AAP (แถลงการณ์นโยบายปี 2022) แนะนำให้เลี้ยงลูกด้วยนมแม่เพียงอย่างเดียวประมาณ 6 เดือน และให้นมแม่ควบคู่กับอาหารตามวัยต่อไปจนถึง 2 ปีหรือมากกว่านั้น ซึ่งสอดคล้องกับคำแนะนำของ WHO ข้อมูลความถี่และปริมาณน้ำนมได้รับมาจาก CDC, La Leche League International และ Cleveland Clinic
ช่วงวันแรกเกิด: หัวน้ำนม (0–7 วัน)
น้ำนมแรกของลูกคือ หัวน้ำนม (Colostrum) ซึ่งเป็นของเหลวสีเหลืองทองเข้มข้นที่เต็มไปด้วยภูมิคุ้มกันและสารอาหาร แม้จะผลิตออกมาในปริมาณน้อย (ประมาณ 1 ช้อนชาต่อมื้อ) แต่ก็เหมาะสมอย่างยิ่งกับกระเพาะอาหารขนาดเล็กของทารกแรกเกิด
สิ่งที่ควรทราบ
- ความถี่ในการให้นม: 8–12+ ครั้งต่อ 24 ชั่วโมง (บางครั้งอาจทุกชั่วโมง)
- ปริมาณต่อมื้อ: 2–10 มล. ในวันแรก และเพิ่มขึ้นเป็น 30–60 มล. ภายในวันที่ 7
- การเปลี่ยนผ่านของน้ำนม: หัวน้ำนม → น้ำนมเปลี่ยนผ่าน (วันที่ 3–5) → น้ำนมแม่เต็มที่ (วันที่ 10–14)
- ขนาดกระเพาะอาหาร: วันที่ 1 ≈ ขนาดเท่าผลเชอร์รี่; วันที่ 7 ≈ ขนาดเท่าผลแอปริคอต
คำแนะนำสำหรับช่วงนี้
- ให้นมตามความต้องการ ไม่ใช่ตามตาราง สังเกตสัญญาณหิวเบื้องต้น เช่น การหันหาเต้า การดูดมือ หรือการทำปากขมุบขมิบ ส่วนการร้องไห้เป็นสัญญาณหิวระยะท้ายแล้ว (La Leche League International)
- ให้นมอย่างน้อย 8–12 ครั้งต่อ 24 ชั่วโมง การให้นมบ่อยๆ จะช่วยกระตุ้นการผลิตน้ำนมและช่วยป้องกันภาวะตัวเหลือง (AAP 2022)
- ไม่ต้องกังวลเรื่องปริมาณที่น้อย หัวน้ำนมมีความเข้มข้นสูง การได้เพียง 1 ช้อนชาต่อมื้อในวันแรกถือเป็นเรื่องปกติ
- หลีกเลี่ยงการเสริมนมผง ในช่วง 4–6 สัปดาห์แรก เว้นแต่มีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ การเสริมนมผงหรือจุกหลอกอาจรบกวนการสร้างน้ำนมแม่ (MedlinePlus)
หมายเหตุ: อาการ "น้ำนมมา" (คัดเต้านม) มักเกิดขึ้น 2–4 วันหลังคลอด หากน้ำนมยังไม่มาหลังจาก 5 วัน ให้ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่
1–2 เดือน: การสร้างปริมาณน้ำนมให้คงที่
เมื่อเข้าสู่เดือนที่ 1 น้ำนมแม่จะเริ่มคงที่และรูปแบบการให้นมจะเริ่มคาดเดาได้ง่ายขึ้น ลูกจะดูดนมได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทำให้ระยะเวลาในการให้นมแต่ละครั้งอาจสั้นลง
สิ่งที่ควรทราบ
- ความถี่ในการให้นม: 6–8 ครั้งต่อ 24 ชั่วโมง (ทุก 2.5–4 ชั่วโมง)
- ปริมาณต่อมื้อ: 90–120 มล. (3–4 ออนซ์)
- รวมต่อวัน: 25–30 ออนซ์ (750–900 มล.)
- การให้นมตอนกลางคืน: ยังคงจำเป็นอยู่ ทารกหลายคนได้รับปริมาณนมประมาณ 20% ของวันในช่วงเวลา 21.00 น. ถึง 03.00 น. (La Leche League)
- ระยะเวลาต่อมื้อ: 15–30 นาทีต่อข้าง แต่ละคนอาจแตกต่างกันไป
ช่วงลูกโตเร็ว (Growth Spurt) ตอน 2–3 สัปดาห์
ในช่วง 2–3 สัปดาห์ ลูกอาจต้องการดูดนมบ่อยขึ้นอย่างกะทันหัน นี่คือช่วง Growth Spurt ซึ่งจะกินเวลา 2–3 วัน เพื่อช่วยเพิ่มปริมาณน้ำนมให้เพียงพอกับความต้องการที่เพิ่มขึ้น (La Leche League Canada)
คำแนะนำสำหรับช่วงนี้
- ให้นมตามความต้องการต่อไป ลูกรู้ดีว่าเขาต้องการมากน้อยแค่ไหน
- ความแตกต่างเป็นเรื่องปกติ เด็กบางคนกิน 20 ออนซ์ต่อวัน บางคนกิน 35 ออนซ์ ทั้งสองกรณีถือเป็นเรื่องปกติ (ข้อมูลสำรวจจาก Exclusive Pumping)
- เช็กจำนวนผ้าอ้อม เป็นสัญญาณที่ดีที่สุดว่าลูกได้รับนมเพียงพอ: ผ้าอ้อมเปียก 6 ผืนขึ้นไป และผ้าอ้อมเปื้อนอุจจาระ 3 ผืนขึ้นไปต่อวัน (ดูคู่มือผ้าอ้อมของเรา)
3–4 เดือน: การให้นมที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น
ลูกจะดูดนมได้อย่างคล่องแคล่วขึ้น ระยะเวลาการให้นมอาจสั้นลงเหลือ 10–20 นาที เพราะลูกสามารถดึงน้ำนมออกมาได้เร็วขึ้น
สิ่งที่ควรทราบ
- ความถี่ในการให้นม: 6–7 ครั้งต่อ 24 ชั่วโมง (ทุก 3–4 ชั่วโมง)
- ปริมาณต่อมื้อ: 120–150 มล. (4–5 ออนซ์)
- รวมต่อวัน: 25–30 ออนซ์ (750–900 มล.) ซึ่งค่อนข้างคงที่ตั้งแต่เดือนที่ 1
- การนอนตอนกลางคืน: ทารกบางคนเริ่มนอนยาวขึ้น (4–5 ชั่วโมง)
ช่วงลูกโตเร็ว (Growth Spurt) ตอน 3 เดือน
อาจมีช่วงโตเร็วตอน 3 เดือนที่ทำให้ลูกต้องการนมบ่อยขึ้นชั่วคราว ให้ทำตามสัญญาณของลูก โดยปกติจะกลับมาเป็นปกติใน 2–3 วัน
คำแนะนำสำหรับช่วงนี้
- ไม่ต้องตกใจหากระยะเวลาให้นมสั้นลง ประสิทธิภาพการดูดดีขึ้น ระยะเวลาที่สั้นลงไม่ได้แปลว่าได้นมลดลง
- ระวังเรื่องสิ่งเร้า ช่วง 4 เดือน ลูกจะเริ่มสนใจสิ่งรอบข้างมากขึ้นและอาจผละออกจากเต้าบ่อยๆ หากจำเป็น ให้ให้นมในห้องที่เงียบและแสงสลัว
- นมแม่เพียงอย่างเดียวก็เพียงพอ ไม่จำเป็นต้องให้อาหารเสริมหรือน้ำก่อน 6 เดือน (AAP 2022, WHO)
5–6 เดือน: เตรียมตัวเริ่มอาหารตามวัย
นมแม่ยังคงเป็นแหล่งโภชนาการหลัก เมื่ออายุประมาณ 6 เดือน จึงจะเริ่มแนะนำอาหารตามวัย
สิ่งที่ควรทราบ
- ความถี่ในการให้นม: 5–6 ครั้งต่อ 24 ชั่วโมง
- ปริมาณต่อมื้อ: 150–180 มล. (5–6 ออนซ์)
- รวมต่อวัน: 25–30 ออนซ์ (750–900 มล.) เป็นช่วงที่ได้รับนมแม่สูงสุด
- อาหารตามวัย: เริ่มตอน ~6 เดือน ด้วยอาหารที่มีธาตุเหล็กสูง (เนื้อสัตว์บด, ซีเรียลเสริมธาตุเหล็ก)
ช่วงลูกโตเร็ว (Growth Spurt) ตอน 6 เดือน
อาจมีช่วงโตเร็วอีกครั้งตอน 6 เดือนที่ทำให้ความถี่ในการให้นมเพิ่มขึ้นชั่วคราว
คำแนะนำสำหรับช่วงนี้
- เริ่มอาหารตามวัยตอน 6 เดือน ไม่ใช่ก่อนหน้านั้น ทั้ง AAP และ WHO แนะนำให้เลี้ยงลูกด้วยนมแม่เพียงอย่างเดียวประมาณ 6 เดือน การเริ่มอาหารเร็วขึ้นไม่ได้ช่วยให้ลูกนอนยาวขึ้น (AAP 2022)
- นมแม่ยังเป็นอาหารหลัก อาหารตามวัยเป็นเพียงส่วนเสริมเท่านั้น
- เริ่มด้วยอาหารที่มีธาตุเหล็กสูง ธาตุเหล็กที่สะสมมาตั้งแต่เกิดจะเริ่มลดลงเมื่ออายุ 6 เดือน อาหารมื้อแรกที่ดี ได้แก่ เนื้อสัตว์บด ซีเรียลเสริมธาตุเหล็ก และผักบด
7–9 เดือน: การปรับเปลี่ยนอาหาร
อาหารตามวัยจะกลายเป็นส่วนสำคัญมากขึ้นในมื้ออาหารของลูก แต่นมแม่ยังคงให้สารอาหารที่สำคัญอยู่
สิ่งที่ควรทราบ
- ความถี่ในการให้นม: 4–5 ครั้งต่อ 24 ชั่วโมง
- ปริมาณต่อมื้อ: 150–180 มล. (5–6 ออนซ์)
- รวมต่อวัน: 18–30 ออนซ์ (530–900 มล.) เริ่มลดลงเมื่อลูกกินอาหารมากขึ้น
- อาหารตามวัย: 2–3 มื้อต่อวัน พร้อมของว่าง 1–2 มื้อ (แนวทางการให้อาหารตามวัยของ WHO)
- สัดส่วนนมแม่: ให้พลังงานครึ่งหนึ่งหรือมากกว่าในช่วง 6–12 เดือน (WHO)
คำแนะนำสำหรับช่วงนี้
- ให้นมแม่ตามความต้องการต่อไป จะให้นมก่อนหรือหลังอาหารขึ้นอยู่กับความชอบของลูก
- เสนออาหารที่หลากหลายเนื้อสัมผัส จากอาหารบด เปลี่ยนเป็นอาหารบดหยาบ แล้วค่อยๆ เป็นอาหารที่หยิบจับได้ (Finger food)
- การให้นมตอนกลางคืนอาจลดลง ทารกบางคนอาจเลิกกินนมมื้อดึกได้เองตามธรรมชาติในวัยนี้
10–12 เดือน: สู่การกินอาหารแบบครอบครัว
เมื่ออายุ 10–12 เดือน ลูกจะกินอาหารมื้อหลักมากขึ้น และปริมาณนมแม่จะค่อยๆ ลดลง
สิ่งที่ควรทราบ
- ความถี่ในการให้นม: 3–4 ครั้งต่อ 24 ชั่วโมง
- ปริมาณต่อมื้อ: 150–180 มล. (5–6 ออนซ์)
- รวมต่อวัน: 16–24 ออนซ์ (470–710 มล.) ลดลงตามปริมาณอาหารที่เพิ่มขึ้น
- อาหารตามวัย: 3–4 มื้อต่อวัน พร้อมของว่าง 1–2 มื้อ (WHO)
- เมื่อครบ 12 เดือน: พลังงาน ~67% มาจากอาหาร และ ~33% มาจากนมแม่ (WHO)
คำแนะนำสำหรับช่วงนี้
- ให้นมแม่ต่อไปตราบเท่าที่แม่และลูกต้องการ AAP (2022) สนับสนุนการให้นมแม่จนถึง 2 ปีหรือมากกว่านั้น ซึ่ง WHO ก็แนะนำเช่นเดียวกัน
- ฝึกดื่มจากแก้ว เริ่มให้นมแม่ที่ปั๊มเก็บหรือน้ำจากแก้วหัดดื่ม
- นมแม่ยังคงสำคัญ แม้จะกินอาหารมากขึ้น แต่นมแม่ยังให้ภูมิคุ้มกัน ไขมันดี และสารอาหารที่นมผงหรืออาหารทั่วไปทดแทนไม่ได้ทั้งหมด
การกินนมแบบเป็นชุด (Cluster Feeding): คืออะไรและเกิดขึ้นเมื่อไหร่
Cluster feeding คือการที่ลูกต้องการดูดนมหลายครั้งในช่วงเวลาสั้นๆ (เช่น ทุกชั่วโมงแทนที่จะเป็นทุก 3 ชั่วโมง) เป็นเรื่องปกติและพบได้บ่อยในบางช่วงวัย
| เมื่อไหร่ | ทำไม | นานแค่ไหน |
|---|---|---|
| 1–2 วันแรก | กระเพาะเล็ก, หัวน้ำนม | หายไปเมื่อน้ำนมแม่มาเต็มที่ |
| 2–3 สัปดาห์ | ช่วงโตเร็ว | 2–3 วัน |
| 6 สัปดาห์ | ช่วงโตเร็ว | 2–3 วัน |
| 3 เดือน | ช่วงโตเร็ว | 2–3 วัน |
| 6 เดือน | ช่วงโตเร็ว | 2–3 วัน |
| ช่วงเย็น (ทุกวัย) | ระดับโปรแลคตินต่ำลงในช่วงเย็น | รูปแบบปกติในแต่ละวัน |
เมื่อไหร่ที่ควรระวัง: การกินนมแบบเป็นชุดเป็นเรื่องปกติในสัปดาห์แรกและช่วงโตเร็ว แต่หากลูกกินนมแบบเป็นชุดตลอดเวลาหลังจากสัปดาห์แรกไปแล้ว หรือนานกว่า 3–4 วัน ให้ปรึกษากุมารแพทย์ เพราะอาจเป็นสัญญาณว่าน้ำนมแม่น้อยหรือมีปัญหาเรื่องการเข้าเต้า (Cleveland Clinic)
ช่วงลูกโตเร็ว (Growth Spurts): ไทม์ไลน์
ช่วงโตเร็วทำให้ความถี่ในการให้นมเพิ่มขึ้นชั่วคราว โดยปกติจะกินเวลา 2–3 วัน และหายไปได้เอง
| อายุ | สิ่งที่เกิดขึ้น |
|---|---|
| 2–3 สัปดาห์ | ช่วงโตเร็วครั้งใหญ่ครั้งแรก; การดูดบ่อยช่วยเพิ่มปริมาณน้ำนม |
| 6 สัปดาห์ | ช่วงโตเร็วอีกครั้ง; ลูกอาจดูงอแงที่เต้ามากขึ้น |
| 3 เดือน | ช่วงโตเร็ว + พัฒนาการก้าวกระโดด |
| 6 เดือน | ช่วงโตเร็วที่มาพร้อมกับความพร้อมในการเริ่มอาหารตามวัย |
หัวใจสำคัญ: อย่าเสริมนมผงในช่วงที่ลูกโตเร็ว การดูดนมบ่อยๆ คือวิธีที่ร่างกายของคุณจะเพิ่มปริมาณน้ำนมให้เพียงพอกับความต้องการของลูก (La Leche League Canada)
สัญญาณว่าลูกได้รับนมเพียงพอ
คุณไม่จำเป็นต้องตวงปริมาณน้ำนมแม่เพื่อรู้ว่าลูกอิ่มหรือไม่ ให้สังเกตสัญญาณเหล่านี้:
- ผ้าอ้อมเปียก 6 ผืนขึ้นไปต่อวัน (หลังวันที่ 5) — ปัสสาวะสีอ่อน ไม่มีกลิ่นฉุน
- ผ้าอ้อมเปื้อนอุจจาระ 3 ผืนขึ้นไปต่อวัน ในเดือนแรก (จะลดลงในภายหลัง)
- น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง — ประมาณ 450 กรัมต่อเดือนในช่วง 4 เดือนแรก (MedlinePlus)
- ลูกดูอิ่มและง่วงนอน หลังให้นม
- คุณได้ยินเสียงลูกกลืนนม ระหว่างการให้นม
- เต้านมรู้สึกนิ่มลง หลังการให้นม
เมื่อไหร่ที่ควรโทรหากุมารแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านการให้นมแม่
ติดต่อผู้เชี่ยวชาญหาก:
- ลูกมี ผ้าอ้อมเปียกน้อยกว่า 6 ผืนต่อวัน หลังจากวันที่ 5
- ลูก น้ำหนักไม่ขึ้น หรือน้ำหนักลดลงหลังจากสัปดาห์แรก
- การให้นมแม่ทำให้เจ็บปวด ตลอดเวลาที่ให้นม (ไม่ใช่แค่ตอนเริ่มเข้าเต้า)
- ลูก ไม่ยอมเข้าเต้า หรือหลับทันทีที่เข้าเต้า
- คุณสังเกตเห็น เลือดในอุจจาระของลูก
- ลูก กินนมแบบเป็นชุดตลอดเวลา หลังจากสัปดาห์แรกผ่านไปแล้ว
- คุณรู้สึก เหนื่อยล้า ซึมเศร้า หรือวิตกกังวล — การสนับสนุนด้านอารมณ์หลังคลอดเป็นเรื่องสำคัญ
ติดตามการให้นมแม่ด้วย TrackMy.Baby
การจดจำว่าครั้งล่าสุดให้ลูกกินข้างไหน นานเท่าไหร่ หรือลูกกินไปเท่าไหร่เป็นเรื่องยาก โดยเฉพาะตอนตี 3 TrackMy.Baby ช่วยให้เรื่องนี้ง่ายขึ้น:
- บันทึกการให้นมด้วยการแตะครั้งเดียว — บันทึกการให้นมพร้อมติดตามข้างซ้าย/ขวา/ทั้งสองข้าง
- ตัวจับเวลาในตัว — ติดตามระยะเวลาการให้นมโดยอัตโนมัติ
- สรุปรายวันและรายสัปดาห์ — ดูเวลาและจำนวนครั้งในการให้นมทั้งหมดได้ในพริบตา
- แชร์กับครอบครัว — คู่ของคุณหรือผู้ดูแลสามารถดูข้อมูลเดียวกันได้แบบเรียลไทม์
- ติดตามผ้าอ้อมด้วย — เชื่อมโยงการให้นมกับจำนวนผ้าอ้อมเพื่อให้เห็นภาพรวมที่สมบูรณ์
- ทำงานแบบออฟไลน์ — บันทึกการให้นมได้แม้ไม่มีอินเทอร์เน็ต และจะซิงค์ข้อมูลเมื่อเชื่อมต่อใหม่
- ไม่มีค่าสมัครสมาชิก — จ่ายครั้งเดียว ใช้ได้ตลอดไป
แหล่งข้อมูล
- American Academy of Pediatrics (AAP) — Breastfeeding and the Use of Human Milk (แถลงการณ์นโยบาย, อัปเดตปี 2022, Pediatrics Vol 150 Issue 1)
- World Health Organization (WHO) — Infant and Young Child Feeding Fact Sheet
- La Leche League International — Newborn Breastfeeding Frequency FAQ
- La Leche League Canada — Growth Spurts and Frequent-Feeding Days
- CDC — How Much and How Often to Breastfeed
- Cleveland Clinic — Feeding Your Baby in the First Year & Cluster Feeding
- MedlinePlus (NIH) — Timing of Breastfeeding
- WHO — Guideline for Complementary Feeding of Infants and Young Children 6–23 Months
พร้อมที่จะเริ่มติดตามหรือยัง?
เข้าร่วมกับผู้ปกครองหลายพันคนที่ใช้ TrackMy.Baby เพื่อติดตามการป้อนนม การนอนหลับ และอื่นๆ ไม่มีการสมัครสมาชิก จ่ายครั้งเดียวจบ
เริ่มติดตามฟรี