ตารางการให้นมแม่ตามช่วงวัย: คู่มือฉบับสมบูรณ์สำหรับเด็ก 0-12 เดือน

6 นาทีในการอ่าน

Breastfeeding Schedule by Age

ทารกแรกเกิดต้องการนมแม่ 8–12 ครั้งต่อ 24 ชั่วโมง ในช่วงสองสามสัปดาห์แรก เมื่ออายุครบ 6 เดือน ความถี่จะลดลงเหลือ 4–6 ครั้งต่อวัน เนื่องจากมีการเริ่มอาหารตามวัย ทารกที่กินนมแม่ส่วนใหญ่จะได้รับนมประมาณ 24–32 ออนซ์ (710–950 มล.) ต่อวัน ตั้งแต่เดือนที่ 1 ถึงเดือนที่ 6 คู่มือนี้จะครอบคลุมเรื่องความถี่ในการให้นม ปริมาณน้ำนม ช่วงที่ลูกโตเร็ว และการกินนมแบบเป็นชุดสำหรับทุกช่วงวัยตั้งแต่แรกเกิดจนถึง 12 เดือน

ตารางอ้างอิงด่วนการให้นมแม่ตามช่วงวัย

อายุ จำนวนครั้ง/24 ชม. ปริมาณต่อมื้อ รวมต่อวัน หมายเหตุ
0–1 สัปดาห์ 8–12+ 2–60 มล. (1 ช้อนชา–2 ออนซ์) แปรผันตามเด็ก หัวน้ำนม; กินบ่อยมาก
1–4 สัปดาห์ 8–12 60–90 มล. (2–3 ออนซ์) 20–35 ออนซ์ (600–1000 มล.) น้ำนมแม่เริ่มมาเต็มที่
1–2 เดือน 6–8 90–120 มล. (3–4 ออนซ์) 24–32 ออนซ์ (710–950 มล.) รูปแบบการกินเริ่มคาดเดาได้
3–4 เดือน 6–7 120–150 มล. (4–5 ออนซ์) 24–32 ออนซ์ (710–950 มล.) ช่วงโตเร็วตอน 3 เดือน
5–6 เดือน 5–6 150–180 มล. (5–6 ออนซ์) 24–32 ออนซ์ (710–950 มล.) เริ่มอาหารเสริมตอน ~6 เดือน
7–9 เดือน 4–5 150–180 มล. (5–6 ออนซ์) 18–30 ออนซ์ (530–900 มล.) อาหารเสริมคิดเป็น 25–50% ของมื้ออาหาร
10–12 เดือน 3–4 150–180 มล. (5–6 ออนซ์) 16–26 ออนซ์ (470–770 มล.) อาหารเสริมคิดเป็น ~67% ของมื้ออาหาร

หมายเหตุ: ปริมาณต่อมื้อและปริมาณรวมต่อวันอาจแตกต่างกันไปในเด็กแต่ละคน เด็กบางคนอาจกิน 20 ออนซ์ต่อวัน ในขณะที่บางคนกิน 35 ออนซ์ ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติ ข้อมูลข้างต้นเป็นการรวบรวมจาก CDC, La Leche League International, Cleveland Clinic และข้อมูลสำรวจจาก Exclusive Pumping ปริมาณต่อมื้อสำหรับเด็ก 5–12 เดือนเป็นค่าประมาณ เนื่องจากทารกที่กินนมแม่จะควบคุมปริมาณการกินด้วยตนเอง

แหล่งข้อมูล: AAP (แถลงการณ์นโยบายปี 2022) แนะนำให้เลี้ยงลูกด้วยนมแม่เพียงอย่างเดียวประมาณ 6 เดือน และให้นมแม่ควบคู่กับอาหารตามวัยต่อไปจนถึง 2 ปีหรือมากกว่านั้น ซึ่งสอดคล้องกับคำแนะนำของ WHO ข้อมูลความถี่และปริมาณน้ำนมได้รับมาจาก CDC, La Leche League International และ Cleveland Clinic

ช่วงวันแรกเกิด: หัวน้ำนม (0–7 วัน)

น้ำนมแรกของลูกคือ หัวน้ำนม (Colostrum) ซึ่งเป็นของเหลวสีเหลืองทองเข้มข้นที่เต็มไปด้วยภูมิคุ้มกันและสารอาหาร แม้จะผลิตออกมาในปริมาณน้อย (ประมาณ 1 ช้อนชาต่อมื้อ) แต่ก็เหมาะสมอย่างยิ่งกับกระเพาะอาหารขนาดเล็กของทารกแรกเกิด

สิ่งที่ควรทราบ

  • ความถี่ในการให้นม: 8–12+ ครั้งต่อ 24 ชั่วโมง (บางครั้งอาจทุกชั่วโมง)
  • ปริมาณต่อมื้อ: 2–10 มล. ในวันแรก และเพิ่มขึ้นเป็น 30–60 มล. ภายในวันที่ 7
  • การเปลี่ยนผ่านของน้ำนม: หัวน้ำนม → น้ำนมเปลี่ยนผ่าน (วันที่ 3–5) → น้ำนมแม่เต็มที่ (วันที่ 10–14)
  • ขนาดกระเพาะอาหาร: วันที่ 1 ≈ ขนาดเท่าผลเชอร์รี่; วันที่ 7 ≈ ขนาดเท่าผลแอปริคอต

คำแนะนำสำหรับช่วงนี้

  • ให้นมตามความต้องการ ไม่ใช่ตามตาราง สังเกตสัญญาณหิวเบื้องต้น เช่น การหันหาเต้า การดูดมือ หรือการทำปากขมุบขมิบ ส่วนการร้องไห้เป็นสัญญาณหิวระยะท้ายแล้ว (La Leche League International)
  • ให้นมอย่างน้อย 8–12 ครั้งต่อ 24 ชั่วโมง การให้นมบ่อยๆ จะช่วยกระตุ้นการผลิตน้ำนมและช่วยป้องกันภาวะตัวเหลือง (AAP 2022)
  • ไม่ต้องกังวลเรื่องปริมาณที่น้อย หัวน้ำนมมีความเข้มข้นสูง การได้เพียง 1 ช้อนชาต่อมื้อในวันแรกถือเป็นเรื่องปกติ
  • หลีกเลี่ยงการเสริมนมผง ในช่วง 4–6 สัปดาห์แรก เว้นแต่มีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ การเสริมนมผงหรือจุกหลอกอาจรบกวนการสร้างน้ำนมแม่ (MedlinePlus)

หมายเหตุ: อาการ "น้ำนมมา" (คัดเต้านม) มักเกิดขึ้น 2–4 วันหลังคลอด หากน้ำนมยังไม่มาหลังจาก 5 วัน ให้ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่

1–2 เดือน: การสร้างปริมาณน้ำนมให้คงที่

เมื่อเข้าสู่เดือนที่ 1 น้ำนมแม่จะเริ่มคงที่และรูปแบบการให้นมจะเริ่มคาดเดาได้ง่ายขึ้น ลูกจะดูดนมได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทำให้ระยะเวลาในการให้นมแต่ละครั้งอาจสั้นลง

สิ่งที่ควรทราบ

  • ความถี่ในการให้นม: 6–8 ครั้งต่อ 24 ชั่วโมง (ทุก 2.5–4 ชั่วโมง)
  • ปริมาณต่อมื้อ: 90–120 มล. (3–4 ออนซ์)
  • รวมต่อวัน: 25–30 ออนซ์ (750–900 มล.)
  • การให้นมตอนกลางคืน: ยังคงจำเป็นอยู่ ทารกหลายคนได้รับปริมาณนมประมาณ 20% ของวันในช่วงเวลา 21.00 น. ถึง 03.00 น. (La Leche League)
  • ระยะเวลาต่อมื้อ: 15–30 นาทีต่อข้าง แต่ละคนอาจแตกต่างกันไป

ช่วงลูกโตเร็ว (Growth Spurt) ตอน 2–3 สัปดาห์

ในช่วง 2–3 สัปดาห์ ลูกอาจต้องการดูดนมบ่อยขึ้นอย่างกะทันหัน นี่คือช่วง Growth Spurt ซึ่งจะกินเวลา 2–3 วัน เพื่อช่วยเพิ่มปริมาณน้ำนมให้เพียงพอกับความต้องการที่เพิ่มขึ้น (La Leche League Canada)

คำแนะนำสำหรับช่วงนี้

  • ให้นมตามความต้องการต่อไป ลูกรู้ดีว่าเขาต้องการมากน้อยแค่ไหน
  • ความแตกต่างเป็นเรื่องปกติ เด็กบางคนกิน 20 ออนซ์ต่อวัน บางคนกิน 35 ออนซ์ ทั้งสองกรณีถือเป็นเรื่องปกติ (ข้อมูลสำรวจจาก Exclusive Pumping)
  • เช็กจำนวนผ้าอ้อม เป็นสัญญาณที่ดีที่สุดว่าลูกได้รับนมเพียงพอ: ผ้าอ้อมเปียก 6 ผืนขึ้นไป และผ้าอ้อมเปื้อนอุจจาระ 3 ผืนขึ้นไปต่อวัน (ดูคู่มือผ้าอ้อมของเรา)

3–4 เดือน: การให้นมที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น

ลูกจะดูดนมได้อย่างคล่องแคล่วขึ้น ระยะเวลาการให้นมอาจสั้นลงเหลือ 10–20 นาที เพราะลูกสามารถดึงน้ำนมออกมาได้เร็วขึ้น

สิ่งที่ควรทราบ

  • ความถี่ในการให้นม: 6–7 ครั้งต่อ 24 ชั่วโมง (ทุก 3–4 ชั่วโมง)
  • ปริมาณต่อมื้อ: 120–150 มล. (4–5 ออนซ์)
  • รวมต่อวัน: 25–30 ออนซ์ (750–900 มล.) ซึ่งค่อนข้างคงที่ตั้งแต่เดือนที่ 1
  • การนอนตอนกลางคืน: ทารกบางคนเริ่มนอนยาวขึ้น (4–5 ชั่วโมง)

ช่วงลูกโตเร็ว (Growth Spurt) ตอน 3 เดือน

อาจมีช่วงโตเร็วตอน 3 เดือนที่ทำให้ลูกต้องการนมบ่อยขึ้นชั่วคราว ให้ทำตามสัญญาณของลูก โดยปกติจะกลับมาเป็นปกติใน 2–3 วัน

คำแนะนำสำหรับช่วงนี้

  • ไม่ต้องตกใจหากระยะเวลาให้นมสั้นลง ประสิทธิภาพการดูดดีขึ้น ระยะเวลาที่สั้นลงไม่ได้แปลว่าได้นมลดลง
  • ระวังเรื่องสิ่งเร้า ช่วง 4 เดือน ลูกจะเริ่มสนใจสิ่งรอบข้างมากขึ้นและอาจผละออกจากเต้าบ่อยๆ หากจำเป็น ให้ให้นมในห้องที่เงียบและแสงสลัว
  • นมแม่เพียงอย่างเดียวก็เพียงพอ ไม่จำเป็นต้องให้อาหารเสริมหรือน้ำก่อน 6 เดือน (AAP 2022, WHO)

5–6 เดือน: เตรียมตัวเริ่มอาหารตามวัย

นมแม่ยังคงเป็นแหล่งโภชนาการหลัก เมื่ออายุประมาณ 6 เดือน จึงจะเริ่มแนะนำอาหารตามวัย

สิ่งที่ควรทราบ

  • ความถี่ในการให้นม: 5–6 ครั้งต่อ 24 ชั่วโมง
  • ปริมาณต่อมื้อ: 150–180 มล. (5–6 ออนซ์)
  • รวมต่อวัน: 25–30 ออนซ์ (750–900 มล.) เป็นช่วงที่ได้รับนมแม่สูงสุด
  • อาหารตามวัย: เริ่มตอน ~6 เดือน ด้วยอาหารที่มีธาตุเหล็กสูง (เนื้อสัตว์บด, ซีเรียลเสริมธาตุเหล็ก)

ช่วงลูกโตเร็ว (Growth Spurt) ตอน 6 เดือน

อาจมีช่วงโตเร็วอีกครั้งตอน 6 เดือนที่ทำให้ความถี่ในการให้นมเพิ่มขึ้นชั่วคราว

คำแนะนำสำหรับช่วงนี้

  • เริ่มอาหารตามวัยตอน 6 เดือน ไม่ใช่ก่อนหน้านั้น ทั้ง AAP และ WHO แนะนำให้เลี้ยงลูกด้วยนมแม่เพียงอย่างเดียวประมาณ 6 เดือน การเริ่มอาหารเร็วขึ้นไม่ได้ช่วยให้ลูกนอนยาวขึ้น (AAP 2022)
  • นมแม่ยังเป็นอาหารหลัก อาหารตามวัยเป็นเพียงส่วนเสริมเท่านั้น
  • เริ่มด้วยอาหารที่มีธาตุเหล็กสูง ธาตุเหล็กที่สะสมมาตั้งแต่เกิดจะเริ่มลดลงเมื่ออายุ 6 เดือน อาหารมื้อแรกที่ดี ได้แก่ เนื้อสัตว์บด ซีเรียลเสริมธาตุเหล็ก และผักบด

7–9 เดือน: การปรับเปลี่ยนอาหาร

อาหารตามวัยจะกลายเป็นส่วนสำคัญมากขึ้นในมื้ออาหารของลูก แต่นมแม่ยังคงให้สารอาหารที่สำคัญอยู่

สิ่งที่ควรทราบ

  • ความถี่ในการให้นม: 4–5 ครั้งต่อ 24 ชั่วโมง
  • ปริมาณต่อมื้อ: 150–180 มล. (5–6 ออนซ์)
  • รวมต่อวัน: 18–30 ออนซ์ (530–900 มล.) เริ่มลดลงเมื่อลูกกินอาหารมากขึ้น
  • อาหารตามวัย: 2–3 มื้อต่อวัน พร้อมของว่าง 1–2 มื้อ (แนวทางการให้อาหารตามวัยของ WHO)
  • สัดส่วนนมแม่: ให้พลังงานครึ่งหนึ่งหรือมากกว่าในช่วง 6–12 เดือน (WHO)

คำแนะนำสำหรับช่วงนี้

  • ให้นมแม่ตามความต้องการต่อไป จะให้นมก่อนหรือหลังอาหารขึ้นอยู่กับความชอบของลูก
  • เสนออาหารที่หลากหลายเนื้อสัมผัส จากอาหารบด เปลี่ยนเป็นอาหารบดหยาบ แล้วค่อยๆ เป็นอาหารที่หยิบจับได้ (Finger food)
  • การให้นมตอนกลางคืนอาจลดลง ทารกบางคนอาจเลิกกินนมมื้อดึกได้เองตามธรรมชาติในวัยนี้

10–12 เดือน: สู่การกินอาหารแบบครอบครัว

เมื่ออายุ 10–12 เดือน ลูกจะกินอาหารมื้อหลักมากขึ้น และปริมาณนมแม่จะค่อยๆ ลดลง

สิ่งที่ควรทราบ

  • ความถี่ในการให้นม: 3–4 ครั้งต่อ 24 ชั่วโมง
  • ปริมาณต่อมื้อ: 150–180 มล. (5–6 ออนซ์)
  • รวมต่อวัน: 16–24 ออนซ์ (470–710 มล.) ลดลงตามปริมาณอาหารที่เพิ่มขึ้น
  • อาหารตามวัย: 3–4 มื้อต่อวัน พร้อมของว่าง 1–2 มื้อ (WHO)
  • เมื่อครบ 12 เดือน: พลังงาน ~67% มาจากอาหาร และ ~33% มาจากนมแม่ (WHO)

คำแนะนำสำหรับช่วงนี้

  • ให้นมแม่ต่อไปตราบเท่าที่แม่และลูกต้องการ AAP (2022) สนับสนุนการให้นมแม่จนถึง 2 ปีหรือมากกว่านั้น ซึ่ง WHO ก็แนะนำเช่นเดียวกัน
  • ฝึกดื่มจากแก้ว เริ่มให้นมแม่ที่ปั๊มเก็บหรือน้ำจากแก้วหัดดื่ม
  • นมแม่ยังคงสำคัญ แม้จะกินอาหารมากขึ้น แต่นมแม่ยังให้ภูมิคุ้มกัน ไขมันดี และสารอาหารที่นมผงหรืออาหารทั่วไปทดแทนไม่ได้ทั้งหมด

การกินนมแบบเป็นชุด (Cluster Feeding): คืออะไรและเกิดขึ้นเมื่อไหร่

Cluster feeding คือการที่ลูกต้องการดูดนมหลายครั้งในช่วงเวลาสั้นๆ (เช่น ทุกชั่วโมงแทนที่จะเป็นทุก 3 ชั่วโมง) เป็นเรื่องปกติและพบได้บ่อยในบางช่วงวัย

เมื่อไหร่ ทำไม นานแค่ไหน
1–2 วันแรก กระเพาะเล็ก, หัวน้ำนม หายไปเมื่อน้ำนมแม่มาเต็มที่
2–3 สัปดาห์ ช่วงโตเร็ว 2–3 วัน
6 สัปดาห์ ช่วงโตเร็ว 2–3 วัน
3 เดือน ช่วงโตเร็ว 2–3 วัน
6 เดือน ช่วงโตเร็ว 2–3 วัน
ช่วงเย็น (ทุกวัย) ระดับโปรแลคตินต่ำลงในช่วงเย็น รูปแบบปกติในแต่ละวัน

เมื่อไหร่ที่ควรระวัง: การกินนมแบบเป็นชุดเป็นเรื่องปกติในสัปดาห์แรกและช่วงโตเร็ว แต่หากลูกกินนมแบบเป็นชุดตลอดเวลาหลังจากสัปดาห์แรกไปแล้ว หรือนานกว่า 3–4 วัน ให้ปรึกษากุมารแพทย์ เพราะอาจเป็นสัญญาณว่าน้ำนมแม่น้อยหรือมีปัญหาเรื่องการเข้าเต้า (Cleveland Clinic)

ช่วงลูกโตเร็ว (Growth Spurts): ไทม์ไลน์

ช่วงโตเร็วทำให้ความถี่ในการให้นมเพิ่มขึ้นชั่วคราว โดยปกติจะกินเวลา 2–3 วัน และหายไปได้เอง

อายุ สิ่งที่เกิดขึ้น
2–3 สัปดาห์ ช่วงโตเร็วครั้งใหญ่ครั้งแรก; การดูดบ่อยช่วยเพิ่มปริมาณน้ำนม
6 สัปดาห์ ช่วงโตเร็วอีกครั้ง; ลูกอาจดูงอแงที่เต้ามากขึ้น
3 เดือน ช่วงโตเร็ว + พัฒนาการก้าวกระโดด
6 เดือน ช่วงโตเร็วที่มาพร้อมกับความพร้อมในการเริ่มอาหารตามวัย

หัวใจสำคัญ: อย่าเสริมนมผงในช่วงที่ลูกโตเร็ว การดูดนมบ่อยๆ คือวิธีที่ร่างกายของคุณจะเพิ่มปริมาณน้ำนมให้เพียงพอกับความต้องการของลูก (La Leche League Canada)

สัญญาณว่าลูกได้รับนมเพียงพอ

คุณไม่จำเป็นต้องตวงปริมาณน้ำนมแม่เพื่อรู้ว่าลูกอิ่มหรือไม่ ให้สังเกตสัญญาณเหล่านี้:

  • ผ้าอ้อมเปียก 6 ผืนขึ้นไปต่อวัน (หลังวันที่ 5) — ปัสสาวะสีอ่อน ไม่มีกลิ่นฉุน
  • ผ้าอ้อมเปื้อนอุจจาระ 3 ผืนขึ้นไปต่อวัน ในเดือนแรก (จะลดลงในภายหลัง)
  • น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง — ประมาณ 450 กรัมต่อเดือนในช่วง 4 เดือนแรก (MedlinePlus)
  • ลูกดูอิ่มและง่วงนอน หลังให้นม
  • คุณได้ยินเสียงลูกกลืนนม ระหว่างการให้นม
  • เต้านมรู้สึกนิ่มลง หลังการให้นม

เมื่อไหร่ที่ควรโทรหากุมารแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านการให้นมแม่

ติดต่อผู้เชี่ยวชาญหาก:

  • ลูกมี ผ้าอ้อมเปียกน้อยกว่า 6 ผืนต่อวัน หลังจากวันที่ 5
  • ลูก น้ำหนักไม่ขึ้น หรือน้ำหนักลดลงหลังจากสัปดาห์แรก
  • การให้นมแม่ทำให้เจ็บปวด ตลอดเวลาที่ให้นม (ไม่ใช่แค่ตอนเริ่มเข้าเต้า)
  • ลูก ไม่ยอมเข้าเต้า หรือหลับทันทีที่เข้าเต้า
  • คุณสังเกตเห็น เลือดในอุจจาระของลูก
  • ลูก กินนมแบบเป็นชุดตลอดเวลา หลังจากสัปดาห์แรกผ่านไปแล้ว
  • คุณรู้สึก เหนื่อยล้า ซึมเศร้า หรือวิตกกังวล — การสนับสนุนด้านอารมณ์หลังคลอดเป็นเรื่องสำคัญ

ติดตามการให้นมแม่ด้วย TrackMy.Baby

การจดจำว่าครั้งล่าสุดให้ลูกกินข้างไหน นานเท่าไหร่ หรือลูกกินไปเท่าไหร่เป็นเรื่องยาก โดยเฉพาะตอนตี 3 TrackMy.Baby ช่วยให้เรื่องนี้ง่ายขึ้น:

  • บันทึกการให้นมด้วยการแตะครั้งเดียว — บันทึกการให้นมพร้อมติดตามข้างซ้าย/ขวา/ทั้งสองข้าง
  • ตัวจับเวลาในตัว — ติดตามระยะเวลาการให้นมโดยอัตโนมัติ
  • สรุปรายวันและรายสัปดาห์ — ดูเวลาและจำนวนครั้งในการให้นมทั้งหมดได้ในพริบตา
  • แชร์กับครอบครัว — คู่ของคุณหรือผู้ดูแลสามารถดูข้อมูลเดียวกันได้แบบเรียลไทม์
  • ติดตามผ้าอ้อมด้วย — เชื่อมโยงการให้นมกับจำนวนผ้าอ้อมเพื่อให้เห็นภาพรวมที่สมบูรณ์
  • ทำงานแบบออฟไลน์ — บันทึกการให้นมได้แม้ไม่มีอินเทอร์เน็ต และจะซิงค์ข้อมูลเมื่อเชื่อมต่อใหม่
  • ไม่มีค่าสมัครสมาชิก — จ่ายครั้งเดียว ใช้ได้ตลอดไป

เริ่มติดตามฟรี


แหล่งข้อมูล

  1. American Academy of Pediatrics (AAP) — Breastfeeding and the Use of Human Milk (แถลงการณ์นโยบาย, อัปเดตปี 2022, Pediatrics Vol 150 Issue 1)
  2. World Health Organization (WHO) — Infant and Young Child Feeding Fact Sheet
  3. La Leche League International — Newborn Breastfeeding Frequency FAQ
  4. La Leche League Canada — Growth Spurts and Frequent-Feeding Days
  5. CDC — How Much and How Often to Breastfeed
  6. Cleveland Clinic — Feeding Your Baby in the First Year & Cluster Feeding
  7. MedlinePlus (NIH) — Timing of Breastfeeding
  8. WHO — Guideline for Complementary Feeding of Infants and Young Children 6–23 Months

พร้อมที่จะเริ่มติดตามหรือยัง?

เข้าร่วมกับผู้ปกครองหลายพันคนที่ใช้ TrackMy.Baby เพื่อติดตามการป้อนนม การนอนหลับ และอื่นๆ ไม่มีการสมัครสมาชิก จ่ายครั้งเดียวจบ

เริ่มติดตามฟรี