ตารางการนอนของทารกตามช่วงวัย: คู่มือฉบับสมบูรณ์ 0-12 เดือน

4 นาทีในการอ่าน

Baby Sleep Schedule by Age

ทารกแรกเกิดต้องการการนอนหลับ 14–17 ชั่วโมงต่อ 24 ชั่วโมง แต่จะเป็นการนอนหลับสั้นๆ ครั้งละ 1–4 ชั่วโมงตลอดทั้งวันทั้งคืน เมื่ออายุ 4–12 เดือน ทารกจะต้องการการนอนหลับ 12–16 ชั่วโมง รวมเวลางีบหลับ โดยจะนอนยาวขึ้นในตอนกลางคืน คู่มือนี้จะแจกแจงความต้องการในการนอน จำนวนการงีบ และช่วงเวลาตื่น (Wake Windows) สำหรับทารกทุกช่วงวัยตั้งแต่ 0 ถึง 12 เดือน

ระยะเวลาการนอนตามช่วงวัย: ข้อมูลอ้างอิงด่วน

อายุ การนอนรวม/24 ชม. การนอนกลางคืน การงีบกลางวัน จำนวนงีบ/วัน
0–3 เดือน 14–17 ชั่วโมง 8–9 ชั่วโมง 6–8 ชั่วโมง 3–5 ครั้ง
4–6 เดือน 12–16 ชั่วโมง 9–10 ชั่วโมง 3–6 ชั่วโมง 3–4 ครั้ง
7–9 เดือน 12–16 ชั่วโมง 10–11 ชั่วโมง 2–5 ชั่วโมง 2–3 ครั้ง
10–12 เดือน 12–16 ชั่วโมง 10–11 ชั่วโมง 2–5 ชั่วโมง 2 ครั้ง

หมายเหตุ: ช่วงเวลาการนอนกลางคืนและกลางวันเป็นค่าประมาณและแตกต่างกันไปในทารกแต่ละคน ตัวเลขรวมเป็นค่ามาตรฐานจาก AASM และ NSF ส่วนการแบ่งเวลาเป็นเพียงตัวอย่างประกอบเท่านั้น

แหล่งข้อมูล: สมาคมเวชศาสตร์การนอนหลับแห่งอเมริกา (AASM) แนะนำให้ทารก (4–12 เดือน) นอนหลับ 12–16 ชั่วโมงต่อ 24 ชั่วโมง รวมเวลางีบหลับ โดยมี AAP ให้การรับรองแนวทางนี้ สำหรับทารกแรกเกิด (0–3 เดือน) ทาง AASM ไม่ได้ออกคำแนะนำอย่างเป็นทางการเนื่องจากมีความหลากหลายตามธรรมชาติสูง แต่ National Sleep Foundation แนะนำไว้ที่ 14–17 ชั่วโมง

ช่วงเวลาตื่น (Wake Windows) ตามช่วงวัย

ช่วงเวลาตื่น หรือระยะเวลาที่ทารกสามารถตื่นอยู่ได้ระหว่างช่วงการนอน จะยาวนานขึ้นตามอายุที่เพิ่มขึ้น การพาเข้านอนเมื่อสิ้นสุดช่วงเวลาตื่น (ก่อนที่ทารกจะเหนื่อยเกินไป) เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพที่สุดวิธีหนึ่งในการช่วยให้การนอนหลับดีขึ้น

อายุ ช่วงเวลาตื่น
0–4 สัปดาห์ 30–60 นาที
1–2 เดือน 45–90 นาที
3–4 เดือน 1–2 ชั่วโมง
5–6 เดือน 2–3 ชั่วโมง
7–9 เดือน 2.5–3.5 ชั่วโมง
10–12 เดือน 3–4 ชั่วโมง

เคล็ดลับ: นี่เป็นเพียงช่วงเวลาโดยประมาณ ไม่ใช่กฎตายตัว ทารกแต่ละคนมีความแตกต่างกัน ให้สังเกตสัญญาณง่วงนอน เช่น การหาว ขยี้ตา จ้องมองแบบเหม่อลอย หรือโยเย และพาเข้านอนก่อนที่ทารกจะเหนื่อยจนเกินไป (Overtired)

0–3 เดือน: การนอนของทารกแรกเกิด

ทารกแรกเกิดยังไม่มีวงจรกลางวัน-กลางคืน การนอนของพวกเขาจะกระจายไปตลอด 24 ชั่วโมง โดยนอนเป็นช่วงสั้นๆ ครั้งละ 1–4 ชั่วโมง และตื่นขึ้นมาเพื่อกินนม

สิ่งที่ควรทราบ

  • การนอนรวม: 14–17 ชั่วโมงต่อ 24 ชั่วโมง
  • รูปแบบการงีบ: งีบ 3–5 ครั้ง (หรือมากกว่า) เวลาไม่แน่นอน
  • ช่วงเวลาตื่น: 30–90 นาที (เพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 2 ชั่วโมงเมื่ออายุ 3 เดือน)
  • การนอนกลางคืน: ในช่วง 2–4 สัปดาห์แรก ทารกยังไม่แยกความแตกต่างระหว่างกลางวันและกลางคืน
  • ช่วงที่นอนยาวที่สุด: โดยทั่วไปคือ 1–3 ชั่วโมงในช่วงสัปดาห์แรกๆ และเพิ่มเป็น 2–4 ชั่วโมงเมื่ออายุ 2–3 เดือน

เคล็ดลับสำหรับวัยนี้

  • ทำตามความต้องการของทารก: ยังไม่มีตารางเวลาที่ต้องบังคับใช้ ให้เน้นไปที่การกินนม การเปลี่ยนผ้าอ้อม และการนอน
  • เริ่มแยกความแตกต่างระหว่างกลางวันและกลางคืน: ในตอนกลางวันให้ห้องสว่างและมีการโต้ตอบ ส่วนตอนกลางคืนให้ห้องมืดและเงียบสงบ
  • ให้ทารกนอนหงายเสมอ: นี่เป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุดในการลดความเสี่ยงของภาวะ SIDS (แนวทางการนอนหลับปลอดภัยของ AAP)
  • อย่าคาดหวังการนอนยาว: ทารกแรกเกิดจำเป็นต้องกินนมทุก 2–4 ชั่วโมง รวมถึงช่วงกลางคืนด้วย

หมายเหตุ: AASM ไม่ได้ให้คำแนะนำเรื่องระยะเวลาการนอนอย่างเป็นทางการสำหรับทารกอายุต่ำกว่า 4 เดือน เนื่องจากมีความหลากหลายสูง ตัวเลข 14–17 ชั่วโมงมาจาก National Sleep Foundation

4–6 เดือน: การสร้างจังหวะชีวิต

เมื่ออายุประมาณ 4 เดือน วงจรชีวิต (Circadian Rhythm) ของทารกจะเริ่มพัฒนาขึ้น วงจรการนอนจะเริ่มคล้ายผู้ใหญ่มากขึ้น และทารกหลายคนเริ่มนอนยาวขึ้นในตอนกลางคืน

สิ่งที่ควรทราบ

  • การนอนรวม: 12–16 ชั่วโมงต่อ 24 ชั่วโมง (คำแนะนำจาก AASM)
  • รูปแบบการงีบ: งีบ 3–4 ครั้ง เริ่มมีความสม่ำเสมอมากขึ้น
  • ช่วงเวลาตื่น: 2–3 ชั่วโมง
  • การนอนกลางคืน: 9–10 ชั่วโมง ทารกบางคนเริ่มนอนยาวตลอดคืนได้
  • ภาวะถดถอยทางการนอนช่วง 4 เดือน: ทารกหลายคนตื่นบ่อยขึ้นอย่างกะทันหันในช่วง 4 เดือน นี่เป็นเรื่องปกติ ซึ่งสะท้อนถึงวงจรการนอนที่กำลังพัฒนา โดยปกติจะดีขึ้นภายใน 2–4 สัปดาห์

เคล็ดลับสำหรับวัยนี้

  • เริ่มกิจวัตรก่อนนอน: ลำดับขั้นตอนที่สม่ำเสมอ (อาบน้ำ → กินนม → อ่านนิทาน → เข้านอน) จะช่วยส่งสัญญาณว่าถึงเวลาต้องนอนแล้ว
  • วางทารกลงนอนขณะที่ยังสะลึมสะลือแต่ยังไม่หลับ: วิธีนี้ช่วยให้ทารกเรียนรู้ที่จะหลับได้ด้วยตัวเอง (AAP)
  • ตั้งเป้าให้งีบช่วง 9 โมงเช้า และบ่ายโมง: อาจยังจำเป็นต้องมีการงีบครั้งที่ 3 ในช่วงบ่ายแก่ๆ (Mayo Clinic)
  • อย่ารีบเข้าไปหาเมื่อได้ยินเสียง: ทารกมักจะขยับตัวหรือร้องไห้สั้นๆ ระหว่างวงจรการนอน ให้เวลาพวกเขาได้ปรับตัวและหลับต่อด้วยตัวเอง

7–9 เดือน: การปรับเวลางีบ

ทารกส่วนใหญ่จะลดจำนวนการงีบจาก 3 ครั้งเหลือ 2 ครั้งในช่วงอายุ 6 ถึง 8 เดือน การนอนกลางคืนจะยาวนานขึ้น และช่วงเวลาตื่นจะนานขึ้น

สิ่งที่ควรทราบ

  • การนอนรวม: 12–16 ชั่วโมงต่อ 24 ชั่วโมง (คำแนะนำจาก AASM)
  • รูปแบบการงีบ: งีบ 2–3 ครั้ง และจะคงที่ที่ 2 ครั้งเมื่ออายุ 8–9 เดือน
  • ช่วงเวลาตื่น: 2.5–3.5 ชั่วโมง
  • การนอนกลางคืน: 10–11 ชั่วโมง
  • ภาวะถดถอยทางการนอนช่วง 8–9 เดือน: ความวิตกกังวลจากการแยกจาก (Separation Anxiety) จะพุ่งสูงขึ้น และพัฒนาการต่างๆ (การคลาน, การเกาะยืน) อาจรบกวนการนอนได้

เคล็ดลับสำหรับวัยนี้

  • เปลี่ยนไปงีบ 2 ครั้งต่อวัน เมื่อการงีบครั้งที่ 3 เริ่มทำได้ยากหรือทำให้เวลานอนกลางคืนดึกเกินไป สัญญาณที่บ่งบอก: ต่อต้านการงีบครั้งที่ 3, ใช้เวลามากกว่า 30 นาทีในการหลับตอนกลางคืน, ตื่นเช้าเกินไป
  • รักษาเวลาตื่นตอนเช้าให้สม่ำเสมอ: สิ่งนี้จะช่วยกำหนดตารางเวลาของวัน
  • ให้กินนมก่อนนอน แต่ห้ามปล่อยให้ทารกหลับคาขวดหรือเต้า: เพื่อป้องกันไม่ให้ทารกติดนิสัยต้องกินนมถึงจะหลับ

10–12 เดือน: งีบ 2 ครั้งและนอนยาวขึ้น

เมื่ออายุ 10–12 เดือน ทารกส่วนใหญ่จะมีตารางการงีบ 2 ครั้งที่แน่นอน พร้อมช่วงเวลาตื่นที่คาดการณ์ได้

สิ่งที่ควรทราบ

  • การนอนรวม: 12–16 ชั่วโมงต่อ 24 ชั่วโมง (คำแนะนำจาก AASM)
  • รูปแบบการงีบ: งีบ 2 ครั้ง (เช้า + บ่าย) ครั้งละ 1–2 ชั่วโมง
  • ช่วงเวลาตื่น: 3–4 ชั่วโมง
  • การนอนกลางคืน: 10–11 ชั่วโมง
  • หมายเหตุ: ทารกบางคนอาจเริ่มแสดงสัญญาณว่าอยากลดเหลือการงีบ 1 ครั้งเมื่ออายุประมาณ 12 เดือน แต่ส่วนใหญ่จะยังไม่เปลี่ยนเต็มตัวจนกว่าจะอายุ 14–18 เดือน อย่าเพิ่งรีบเร่ง

เคล็ดลับสำหรับวัยนี้

  • รักษาตารางการงีบ 2 ครั้งให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้: การลดเหลือ 1 ครั้งเร็วเกินไปมักนำไปสู่ภาวะเหนื่อยเกินไปและการนอนกลางคืนที่แย่ลง
  • รักษาเวลานอนกลางคืนให้สม่ำเสมอ: พยายามให้เป็นเวลาเดิมทุกคืน โดยคลาดเคลื่อนไม่เกิน 30 นาที
  • อดทนกับภาวะถดถอย: ก้าวกระโดดของพัฒนาการ (การยืน, การเดิน) อาจรบกวนการนอนได้ชั่วคราว

การเปลี่ยนผ่านช่วงการงีบ: เกิดขึ้นเมื่อไหร่

การเปลี่ยนผ่าน อายุโดยทั่วไป สัญญาณที่บ่งบอกว่าถึงเวลา
4–5 ครั้ง → 3 ครั้ง ~3 เดือน การงีบเริ่มคาดการณ์ได้มากขึ้น; ทารกตื่นได้นานขึ้น
3 ครั้ง → 2 ครั้ง 6–8 เดือน งีบครั้งที่ 3 เริ่มทำได้ยาก; เวลานอนกลางคืนดึกเกินไป
2 ครั้ง → 1 ครั้ง 14–18 เดือน ปฏิเสธการงีบตอนเช้าอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 1–2 สัปดาห์

สำคัญ: ทารกส่วนใหญ่ยังไม่พร้อมที่จะลดเหลือการงีบ 1 ครั้งเมื่ออายุ 12 เดือน แม้ว่าพวกเขาจะต่อต้านการงีบตอนเช้าเป็นครั้งคราวก็ตาม การเปลี่ยนผ่านมักเกิดขึ้นระหว่าง 14–18 เดือน การเปลี่ยนเร็วเกินไปจะทำให้ทารกเหนื่อยล้าเกินไป

เมื่อไหร่ที่ควรปรึกษากุมารแพทย์

ควรติดต่อแพทย์หาก:

  • ทารกนอน น้อยกว่าหรือมากกว่า ช่วงที่แนะนำสำหรับวัยของเขาอย่างต่อเนื่อง
  • ทารก ตื่นบ่อยมาก (ทุก 1–2 ชั่วโมง) หลังจากอายุ 6 เดือนไปแล้ว
  • ทารก กรนเสียงดัง หรือหยุดหายใจขณะหลับ ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของภาวะหยุดหายใจขณะหลับ
  • ทารก ดูโยเยผิดปกติหรือกล่อมให้หลับยาก ทั้งที่ได้รับการนอนหลับเพียงพอแล้ว
  • คุณมีความกังวลเกี่ยวกับ พัฒนาการและการเจริญเติบโตของทารก ที่สัมพันธ์กับการนอน

ติดตามการนอนของลูกน้อยด้วย TrackMy.Baby

การรู้ว่าลูกนอนหลับไปเท่าไหร่และสังเกตเห็นรูปแบบการนอนเป็นเรื่องยาก โดยเฉพาะเมื่อคุณเองก็อดนอน TrackMy.Baby ช่วยให้ทุกอย่างง่ายขึ้น:

  • บันทึกการนอนด้วยการแตะครั้งเดียว — เริ่มจับเวลาเมื่อลูกหลับ และหยุดเมื่อลูกตื่น
  • สรุปผลอัตโนมัติ — ดูชั่วโมงการนอนรายวันและรายสัปดาห์ได้ทันที
  • สังเกตรูปแบบ — เปรียบเทียบระยะเวลาการงีบ ช่วงเวลาตื่น และการนอนกลางคืนเมื่อเวลาผ่านไป
  • แชร์กับครอบครัว — คู่ของคุณหรือผู้ดูแลสามารถดูข้อมูลเดียวกันได้แบบเรียลไทม์
  • ใช้งานแบบออฟไลน์ได้ — บันทึกการนอนได้แม้ไม่มีอินเทอร์เน็ต และจะซิงค์ข้อมูลเมื่อเชื่อมต่อใหม่
  • ไม่มีค่าสมาชิก — จ่ายครั้งเดียว ใช้งานได้ตลอดไป

เริ่มติดตามการนอนฟรี


แหล่งข้อมูล

  1. American Academy of Sleep Medicine (AASM) — แถลงการณ์ฉันทามติเกี่ยวกับปริมาณการนอนหลับที่แนะนำสำหรับเด็ก (รับรองโดย AAP)
  2. American Academy of Pediatrics (AAP) — สุขนิสัยการนอนหลับที่ดี: ลูกของคุณต้องการนอนกี่ชั่วโมง? (HealthyChildren.org)
  3. National Sleep Foundation — คำแนะนำระยะเวลาการนอนหลับสำหรับทารกแรกเกิด (0–3 เดือน)
  4. Mayo Clinic — การงีบหลับของทารก: เคล็ดลับการนอนกลางวัน
  5. Sleep Foundation — ทารกและเด็กต้องการการนอนหลับมากแค่ไหน?

พร้อมที่จะเริ่มติดตามหรือยัง?

เข้าร่วมกับผู้ปกครองหลายพันคนที่ใช้ TrackMy.Baby เพื่อติดตามการป้อนนม การนอนหลับ และอื่นๆ ไม่มีการสมัครสมาชิก จ่ายครั้งเดียวจบ

เริ่มติดตามฟรี